|
|
|
|
ส่วนประกอบของฟัน ประกอบด้วย 1. เนื้อฟัน ทำหน้าที่เป็นแกนหรือเป็นโครงของตัวฟันที่เราเห็น จะถูกหุ้มด้วยเคลือบฟันที่อยู่เหนือเหงือก จะประกอบด้วยท่อเนื้อฟัน เป็นล้านๆ ท่อ เล็กมาก ในท่อแต่ละท่อก็จะมีเส้นประสาทยื่นเข้าไป และมีของเหลวที่หล่อเลี้ยงเส้นประสาทอยู่ตามท่อฝอยเล็กๆ คือส่วนประกอบคร่าวๆ ของตัวฟัน 2. เคลือบฟัน คือ หุ้มตัวฟันที่อยู่เหนือเหงือก 3. รากฟัน ก็จะมีเคลือบรากที่หุ้มเนื้อฟัน
สาเหตุของการเสียวฟัน มี 2 ส่วน คือ 1. เกิดจากความบกพร่องของฟันเอง คือ ถ้าตัวฟันมีการร้าวเกิดขึ้น น้ำก็จะสามารถซึมลงไปได้ เมื่อน้ำซึมลงไปได้ก็เกิดการเคลื่อนไหวของของเหลว ไม่ว่าจะเป็นความร้อน ความเย็น หรืออะไรก็แล้วแต่ก็จะเสียวได้ ถ้ามีฟันผุเแบคทีเรียจะผลิตกรดออกมาละลายเนื้อฟัน เมื่อเนื้อฟันถูกละลาย พวกท่อเนื้อฟันที่มีเส้นประสาทฟัน ก็ถูกเปิดสู่สภาพแวดล้อมในช่องปากภายนอก ก็จะเกิดการเสียวฟัน 2. เกิดจากความบกพร่องของวัสดุอุดฟัน คือ วัสดุที่อุดฟันอยู่ แต่วัสดุอุดฟันร้าว แตก ก็ทำให้ความร้อน ความเย็นซึมผ่านลงไปได้หรือวัสดุอุดฟันที่เป็นโลหะสีเงินหรือสีทอง ถ้าเกิดรับประทานอาหารเย็นมากๆ เช่น ดื่มน้ำเย็น กัดก้อนน้ำแข็ง โลหะจะนำความเย็นความร้อนก็จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของของเหลวในท่อเนื้อฟัน การเสียวฟันถ้าเราไม่มีอาการเสียวฟันหรือปวดฟันเลย เราก็จะไม่รู้ว่ามีฟันผุ ปกติส่วนใหญ่การเสียวฟันเกิดจากความเย็น และการขัดสีไม่ว่าจะเป็นแปรงสีฟัน หรือบางครั้งจะรู้สึกว่าฟันเป็นรอยเมื่อเอาเล็บไปขูด หรือไม้จิ้มฟัน ทำให้เกิดการเสียว เพราะเกิดการเคลื่อนไหวของของเหลว ทำให้เกิดการเสียวฟัน บางครั้งอาจเกิดจากวัสดุอุดฟันอาจต่ำลงแต่ไม่น่าจะทำให้เสียว แต่ถ้าวัสดุอุดบางเกินไป เพราะปกติวัสดุอุดจะหนาประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร แต่ถ้าวัสดุอุดฟันที่บางไม่เป็นฉนวนกันความร้อนและความเย็นที่ผ่านลงไปถึงเนื้อฟันใกล้กับโพรงประสาท ก็จะเกิดการเสียวฟัน แต่วัสดุที่อุดจะมีความหนาแข็งแรงพอที่จะรับแรงบดเคี้ยว แต่บางครั้งการใช้งานเคี้ยวเนื้อ เคี้ยวน้ำแข็ง หรืออะไรเหนียวๆ เกิดการขัดสีตลอดเวลา เมื่อวัสดุอุดเกิดการขัดสีกัน และสึกกร่อนเป็นธรรมดา เพราะวัสดุอุดจะบางลง ถ้าวัสดุอุดสีเหมือนฟันจะมีความอ่อนกว่าเคลือบฟันของฟันที่สบอยู่ด้านตรงข้าม เพราะเมื่อของแข็งขูดกับของอ่อน วัสดุอุดฟันจะบางลง บางครั้งเราแปรงฟันไม่สะอาดคราบจุลินทรีย์เกาะอยู่ จะผลิตกรดออกมาทำให้ผิววัสดุอุดฟันชนิดสีเหมือนฟันอ่อนนุ่มลงได้กว่าเดิม ทั้งเนื้อฟันและเนื้อผิววัสดุอุดฟันอ่อนนุ่มลงได้ ฟันที่มักมีอาการเสียว ถ้าเป็นฟันปกติ โดยไม่มีรอยอุดจากทันตแพทย์ ส่วนใหญ่เป็นฟันกรามซี่น้อย ประมาณ 38% โดยเฉพาะบริเวณคอฟันที่มีความโค้งนูนมากที่สุด เมื่อแปรงฟันไม่ถูกวิธี คอฟันจะเป็นจุดที่ถูกเสียดสีเป็นร่อง นั่นคือ รอยสึกหรือเกิดการบิดตัวของฟันบริเวณคอฟัน ทำให้เกิดการแตกของเคลือบฟันและเนื้อฟันเป็นร่องได้ รองลงมาคือฟันหน้าและฟันเขี้ยว ไปถึงซี่สุดท้าย คือ ฟันหลัง บางครั้งการรับประทานของเปรี้ยวมาก น้ำอัดลม หรือน้ำส้มสายชู อาหารประเภทดังกล่าวมา มีความเป็นกรด และความเป็นกรดนี้ทำให้เนื้อฟันนุ่มลงได้ถึงประมาณ 4 เท่า ในขณะที่มันนุ่มลงและไปเคี้ยวมัน มันก็จะถูกขัด แต่ถ้าเราดื่มน้ำอัดลมและดื่มนมตาม หรือบ้วนปากด้วยน้ำที่มีฟลูออไรด์ความนิ่มก็จะกลับแข็งขึ้นมาเป็นกระบวนการ คือ แร่ธาตุของฟันจะถูกละลายออกมาด้วยความเป็นกรด เมื่อถูกละลายออกมาในน้ำลายของเรา จะมีบัฟเฟอร์ คาพาซิตี้ จะลดความเป็นกรดลงและกลับมาเกิดการ remineralization คือการเอาแคลเซียมหรือฟลูออไรด์ที่มีอยู่ในช่องปาก กลับเข้าไปให้แข็งดังเดิม ถ้าเกิดกระบวนการครบวงจร ฟันเราก็กลับมาคงสภาพเดิม การขูดหินปูน จะใช้ความถี่ในการสั่นของเครื่องเคาะเพื่อจะกะเทาะให้หินปูนแตก ไม่ใช่ไปขูดหรือไปกรอแบบที่เรากรอฟัน เพราะจะทำให้เนื้อฟันสึก ถ้าทำอย่างถูกต้องหินปูนจะถูกกะเทาะให้แตก ร่อนเป็นแผ่นๆออกมา แต่การเสียวฟันเดิม เมื่อฟันมีหินปูนหุ้มอยู่ ความร้อน ความเย็น โดนหินปูนซึ่งทำหน้าที่เป็นฉนวนกันไว้ แต่เมื่อเราขูดหินปูนซึ่งทำหน้าที่เป็นฉนวนไว้ แต่เมื่อเราขูดหินปูนไปแล้วเมื่อโดนความร้อน หรือความเย็นก็จะเริ่มเสียว เพราะไม่มีหินปูนบังแล้ว แต่ถ้าเราเก็บหินปูนไม่ดี เพราะหินปูนจะทำลายเหงือก ทำให้เหงือกร่นไปเรื่อยๆ เมื่อขูดหินปูนออกใหม่ๆ ปกติจะต้องมีอาการเสียวบ้าง แต่เมื่อร่างกายผลิตแคลเซียมหรือสารอนินทรีย์บางชนิดมาปิดท่อเนื้อฟันโดยธรรมชาติ ท่อเนื้อฟันตีบลง ประมาณ 20-40% จะมีอาการดีขึ้นภายใน 4-8 สัปดาห์ ถ้าเป็นเดือนแล้วยังไม่หายต้องให้ทันตแพทย์ดูอีกครั้ง เพื่อหาวิธีแก้ไขอาจทำการเคลือบฟันให้หายเสียว ดังนั้น ควรระมัดระวัง เรื่องการแปรงฟัน การใช้งานและอาหารที่รับประทาน หรือ ไปพบทันตแพทย์ประมาณ 6 เดือน ต่อหนึ่งครั้ง หรือถ้าแปรงฟันดีอาจจะพบทันตแพทย์ปีละ 1 ครั้ง |
|
Contact us : bkdenta@bangkokdentalclinic.com Bangkok Dental Clinic Copyright 2005 Webmaster manbkdc@bangkokdentalclinic.com |