|
|
|
|
วัตถุประสงค์ของการจัดฟัน เป็นกระบวนการเกี่ยวกับการเจริญเติบโตและพัฒนาจัดการแก้ไขความไม่สมดุลย์ที่เกิดขึ้นไปสู่สภาพปกติ โครงสร้างที่ถูกปรับเปลี่ยนไป รวมทั้งฟันที่ถูกเลื่อนจากการใช้แรงละเอียดอ่อน จากเครื่องมือภายนอกและภายในช่องปากเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการปรับแต่งใหม่ กระดูกที่ล้อมจะเกิดการละลายและเสริมสร้างใหม่ของกระดูกที่ค่อยเป็นค่อยไป และเกิดการเคลื่อนของฟันในอัตราเฉลี่ย 1 มิลลิเมตร ต่อ 1 เดือน ผลกระทบจากการเปลี่ยนตำแหน่งฟันและขากรรไกรจะทำให้รูปร่างใบหน้าด้านตรงและด้านข้างเปลี่ยนแปลงไป มาจากการเจริญเติบโตและพัฒนาตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น ก่อนจะได้จัดฟันต้องมีข้อมูลดังนี้ 1. ประวัติทางการแพทย์ของเด็ก หรือคนไข้ 2. ต้องมีการพิมพ์ปาก เพื่อที่จะนำมาตรวจสอบรายละเอียดจำนวนและตำแหน่งของฟัน 3. แผ่นฟิลม์ภาพถ่ายรังสีใบหน้าและศรีษะตลอดจนฟันทั้งปาก 4. ภาพถ่ายใบหน้าและฟัน
หลังจากตรวจวินิจฉัยข้อมูลที่ได้ ทันตแพทย์จัดฟันจะนัดมาสรุปปัญหาตำแหน่งขากรรไกรและฟันแต่ละบุคคลแตกต่างกัน และบอกให้ทราบถึงแผนการรักษาและทางเลือก ข้อควรปฏิบัติระยะเวลาและค่าใช้จ่ายของการรักษา และให้ผู้ปกครองมารับฟังพร้อมกับผู้ป่วยเพื่อความเข้าใจ ในระหว่างรอการจัดฟัน ผู้ป่วยควรพบทันตพทย์เพื่อดูแลเรื่องฟันผุและทำความสะอาดก่อนเริ่มจัดฟัน บางรายต้องปรึกษาเฉพาะทางโรคเหงือกและกระดูกให้แข็งแรงและสมบูรณ์ในการเลื่อนฟัน การรักษา โดยทั่วไปทันตแพทย์จะพบผู้ป่วยเดือนละครั้ง เพื่อปรับและเปลี่ยนลวดเพื่อให้ฟันเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม ในช่วงเวลาตลอดทั้งเดือนในขณะที่ฟ ันอยู่ในกระบวนการเคลื่อนของฟัน ผู้ป่วยต้องป้องกันไม่ให้สุขภาพฟันและเหงือกได้รับอันตราย จำเป็นจะต้องรักษาความสะอาดให้มากขึ้น เพราะเวลาทานอาหารเศษอาหารจะติดค้างตามซอกเครื่องมือและฟัน ทำให้ฟันผุได้ นอกจากนี้ต้องแปรงเหงือกอย่างถูกวิธีเพื่อไม่ไห้เหงือกอักเสบบวมแดง ควรแปรงฟันหลังอาหารทันทีทุกมื้อโดยเฉพาะก่อนนอน ผู้จัดฟันจะได้รับคำแนะนำในการดูแลฟันอย่างถูกวิธีตั้งแต่ก่อนเริ่มให้การรักษา ในระหว่างที่ทำการรักษาเป็นปีผู้ป่วยต้องพบทันตแพทย์ทั่วไป เพื่อดูแลการอุดฟันและรักษาเหงือกคู่กันไป การนัดหมายในการเคลื่อนฟันผ่านกระดูกที่ล้อมรอบ ต้องใช้เวลาในการรักษา 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของตำแหน่งการสบฟันในแต่ละคน การนัดหมายจะห่างประมาณ 4-6 อาทิตย์ ในแต่ละครั้งจะเลื่อนฟันได้ในระยะสั้นๆ การขาดหรือผิดนัดอาจทำให้ต้องยืดเวลาในการรักษาออกไป ในการจัดฟันบางครั้งจำเป็นจะต้องถอนฟันบางซี่ออก เพื่อความคงทนของตำแหน่งฟันภายหลังการจัด ทันตแพทย์จัดฟันจะเป็นผู้พิจารณาและอธิบายว่าต้องถอนฟันซี่ใด ค่าใช้จ่ายในการถอนฟันจะไม่รวมในทันตกรรมจัดฟัน การรับประทานอาหาร ในระหว่างมีเครื่องมือจัดฟัน สามารถรับประทานอาหารได้เกือบทุกชนิด ยกเว้นอาหารอยู่ 3 ประเภท ที่ทำลายเครื่องมือจัดฟัน ได้แก่ ประเภทอาหารแข็ง ทำให้เครื่องมือฉีกขาด หลุด ลวดหักหรือบิดงอ อาหารก้อนโตอาจใช้มีดช่วยฉีกตัดหรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ห้ามใช้ฟันกัดฉีกหรือแทะ อย่าเคี้ยวก้อนน้ำแข็งหรือถั่วกรอบแข็ง อาหารเหนียวจะทำให้ดึงซีเมนต์หรือลวดงอ และเครื่องมือหลุด ท้อฟฟี่เหนียว หมากฝรั่ง ห้ามเด็ดขาด อาหารหวานหรืออาหารที่มีน้ำตาลสูง หลีกเลี่ยงเท่าที่จำเป็น หลังรับประทานอาหารให้แปรงฟันทันทีหรือบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหลังจากรับประทานของหวานเสมอ ในการจัดฟันบางครั้งต้องร่วมกับการผ่าตัด เพราะการสบฟันผิดปกติที่เกิดจากการเจริญไม่สมดุลย์ของโครงสร้างใบหน้า กระดูกขากรรไกรบนและล่าง ที่มีความรุนแรงเกินกว่าจะแก้ไขได้ด้วยการจัดฟันโดยลำพัง อาจต้องใช้ศัลยกรรมร่วมกับการจัดฟันเพื่อแก้ไขตำแหน่งขากรรไกรให้สู่ปกติ บางครั้งการไม่ให้ความร่วมมือ หรือรายที่มีปัญหาหรือการเปลี่ยนแปลงเพราะการเจริญเติบโตในระหว่างการรักษา จำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดเข้าช่วย จึงประสบผลสำเร็จ เครื่องมือที่ใช้ในการรักษา มีหลายชนิดทั้งชนิดพลาสติกถอดได้ หรือชนิดติดแน่นอยู่บนตัวฟัน มีลวดโค้งขนาดต่างๆ คาดบนฟัน สำหรับเครื่องมือที่มีโครงยึดติดแน่นอยู่กับตัวฟัน (braces) มีแบบที่เป็นโลหะไร้สนิม หรือกระเบื้องพอร์เซเลนสีเดียวกับฟัน สำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องใส่เครื่องมือชนิดที่ไม่ต้องการให้เห็นแบบโลหะไร้สนิมติดซ่อนอยู่ด้านในหรือด้านลิ้น ภายหลังจากฟันเคลื่อนไปอยู่ตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว จะต้องมีเครื่องมือคงตำแหน่งฟันไว้ระยะหนึ่ง เพื่อการปรับตัวในตำแหน่งใหม่ของเนื้อเยื่อ กระดูกล้อมรอบฟันและเหงือก ถ้าเครื่องมือแตกหักหรือหายต้องมาซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ การติดตามอย่างต่อเนื่องจนประสบผลสำเร็จในสภาพตำแหน่งใหม่ของฟัน ถือเป็นการสิ้นสุดของการรักษา |
![]()
Contact us : bkdenta@yahoo.com
Bangkok Dental Clinic Copyright 2005