|
|
|
|
ฟันที่มีอาการปวด บวมควรจะเก็บไว้หรือถอนออก ในอดีตเมื่อฟันมีอา การปวดบวม ทันตแพทย์มักจะถอนฟันทิ้ง แต่ปัจจุบันนี้ วิทยาการก้าวหน้าขึ้น ทำให้ทันตแพทย์สามารถเก็บฟันให้ใช้เคี้ยวต่อไปได้อีกหลายปี สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากโรคฟันผุ หรือ โรคเหงือกซึ่งเป็นโรคในช่องปากที่พบได้บ่อยสุด ถ้าอาการนั้นมาจากโรคฟันผุก็จะทำการรักษาคลองรากฟันเพื่อเก็บฟันไว้ ถ้าอาการนั้นมาจากโรคเหงือก ฟันมักจะโยก ต้องดูสภาพของกระดูกที่เหลืออยู ถ้ายังมีกระดูกเหลือเพียงพอ ทันตแพทย์จะทำหารขูดหินปูน กำจัดคราบจุลินทรีย์ใต้เหงือกออก อาการจะดีขึ้นแต่คุณต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดฟันให้ดี ดูรายละเอียดที่หมวดการแปรงฟัน และใช้ไหมขัดฟัน การรักษารากฟันคืออะไร ก่อนที่จะเข้าใจความหมายของการรักษารากฟัน เรามาดูโครงสร้างของฟันก่อนนะคะ โครงสร้างและส่วนประกอบฟันมี 3 ส่วน 1. ผิวเคลือบฟัน (Enamel) ซึ่งอยู่ชั้นนอกสุด 2. ชั้นเนื้อฟัน (Dentin) ซึ่งเป็นเนื้อที่ฟันส่วนใหญ่ 3. ชั้นในสุด คือ โพรงประสาทฟัน (Dental pulp) ซึ่งมีเนื้อเยื่อประสาทฟันบรรจุอยู่เต็ม เนื้อเยื่อประสาทฟันประกอบด้วย เส้นประสาทหลอดเลือด หลอดน้ำเหลือง เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ส่วนของฟันที่อยู่ภายในช่องปาก เรียกว่าตัวฟันและส่วนที่อยู่ในกระดูกเบ้าฟันของขากรรไกร เรียกว่ารากฟัน โพรงประสาทที่อยู่ภายในรากฟัน เรียกว่าคลองรากฟัน ซึ่งปลายสุดจะมีรูเปิดเล็กๆ เพื่อให้มีการหมุนเวียนของโลหิตและเส้นประสาทกับวงจรของร่างกาย ลักษณะของฟันที่ต้องรักษารากฟัน เมื่อเกิดฟันผุที่ผิวเคลือบฟันจนถึงเนื้อฟันส่วนบนๆ แล้วไม่ได้รักษา โดยการอุด การผุจะลุกลามเข้าสู่โพรงประสาทฟันได้ จะมีอาการปวดตั้งแต่ปวดเล็กน้อยในเวลาสั้นๆ ปวดเฉพาะเวลาดื่มน้ำเย็น อาหารหวานจนปวดมาก ปวดตลอดเวลา ปวดขึ้นมาได้เอง อาการเช่นนี้ แสดงว่า เนื้อเยื่อประสาทฟันมีการอักเสบเกิดขึ้น ถ้าเป็นมากก็จะลุกลามผ่านรูเปิดที่ปลายรากฟันสู่เนื้อเยื่อบริเวณรอบปลายรากฟัน เกิดการอักเสบจนเป็นฝี หนอง อาจมีอาการเจ็บหรือปวดฟันเวลาเคี้ยว หรือเมื่อฟันกระทบกัน อาจมีอาการบวมหรือตุ่มหนองบริเวณเหงือกหรือเพดาน บ่อยครั้งพบว่าบวมถึงบริเวณหน้า บางครั้งอาจพบฝีหรือหนองไหลออกสู่ผิวหนังบริเวณใบหน้าหรือใต้คาง ฟันที่มีโรคของเนื้อเยื่อประสาทฟันและโรคของเนื้อเยื่อรอบปลายรากฟัน ถ้าไม่กำจัดออกไปอาจทำให้เกิดโรคของอวัยวะและระบบอื่นของร่างกายได้ เช่น ตาอักเสบ จมูกอักเสบ
การรักษารากฟันคือ การรักษาภายในตัวฟัน โดยการทำให้ภายในโพรงประสาทฟันสะอาด ปราศจากเชื้อโรค แล้วอุดให้แน่น ทำให้เก็บฟันที่เคยเป็นโรคเอาไว้ได้โดยไม่ต้องถอนทิ้ง และสามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามฟันที่เคยรับการรักษารากฟันแล้วจะมีข้อเสียคือ ค่อนข้างเปราะ ดังนั้น หลังจากรักษารากฟันแล้วควรพิจารณาทำ เดือย และครอบฟัน เพื่อคงความแข็งแรงให้กับฟันที่รักษารากแล้ว (ดูรายละเอียดการบูรณะฟันหลังการรักษาราก) ขั้นตอนในรักษา 1. การเปิดทางเข้าสู่คลองรากฟัน การดึงเนื้อเยื่อประสาทฟันออก แล้วทำความสะอาดภายในคลองรากฟันโดยการใช้เครื่องมือเหมือนเข็มซึ่งส่วนปลายมีลักษณะคล้ายตะไบ หรือสว่าน มีขนาดต่างๆ โดยดูจากสีด้ามที่จับ 2. การวัดความยาวของฟัน โดยการใช้เครื่องมือขยายคลองรากฟันซึ่งทึบแสงใส่ในคลองรากฟัน แล้วถ่ายภาพรังสีก็จะทราบความยาวของฟัน ปัจจุบันมีเครื่องที่ช่วยวัดความยาวรากโดยไม่ต้องใช้ X-Ray 3. ในการขยายคลองรากฟัน จะมีการล้างคลองรากฟันด้วยน้ำยาที่บรรจุในกระบอกเข็มฉีดยา เพราะภายในคลองรากฟันค่อนข้างเรียวเล็ก ต้องใช้เครื่องมือชนิดที่สามารถนำใส่ลงในคลองรากฟันได้ 4.การอุดคลองรากฟัน เมื่อขยายคลองรากฟันเสร็จ ทันตแพทย์จะพิจารณาดูความสะอาดของ คลองรากฟัน ถ้ายังไม่สะอาดพอ ก็จะใส่ยาในคลองรากฟันแล้วอุดชั่วคราวไปก่อน แล้วนัดมาใหม่ ในนัดครั้งต่อไป หากทันตแพทย์พบว่าคลองรากฟันยังมีการติดเชื้อ ก็จะล้างคลองรากฟันแล้วใส่ยา นัดกลับมาอีก จนฟันอยู่ในสภาพที่พร้อมอุดภายในคลองรากฟันแบบถาวร การบูรณะฟันหลังการรักษาคลองรากฟัน ฟันบางซี่มีการสูญเสียเนื้อฟันไม่มากอาจปรับปรุงด้วย การอุดฟัน ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้ วัสดุอุดฟันแบบฉายแสง เพราะมีแรงยึดกับเนื้อฟันได้ดี และมีความแข็งแรงพอๆ กับอมัลกัม แต่ฟันที่รักษาคลองรากฟันมักจะเปราะ เนื่องจากเนื้อฟันจะแห้งกว่าปกติ ยังมีการผุของฟันและการกรอแต่งเพื่อเปิดทางเข้าสู่คลองรากฟัน วิธีการที่ดีที่สุด คือ การทำเดือย และ ทำครอบฟัน จะทำให้ฟันที่รักษาคลองรากฟันนี้แข็งแรง บางครั้งฟันที่รักษาคลองรากฟันอาจเปลี่ยนสี ถ้าเป็นฟันหน้าอาจเป็นปัญหาเรื่องความสวยงาม แก้ไขโดยการฟอกสีฟัน หรือ ทำเคลือบสีฟันก็ได้ ทันตแพทย์จะนัดกลับมาตรวจรักษาทุกๆ 6 เดือน การรักษาคลองรากฟันนอกจากทำในฟันที่ผุจนทะลุโพรงประสาทฟันแล้วอาจทำในฟันที่ได้รับอุบัติเหตุ เช่น ฟันหัก ฟันหลุดออกจากเบ้าฟัน และทำให้ฟันปกติเพื่อช่วยในการใส่ฟัน กรณีฟันที่เป็นหลักยึดไม่ได้ระดับ เช่น เอียง ยื่นยาว ทำให้ใส่ฟันลำบาก ในกรณีใส่ฟันปลอมทั้งปาก อาจรักษาคลองรากฟันที่เหลือ 2-3 ซี่ ทำฟันปลอมใส่ทับรากฟันที่รักษา เรียบร้อย จะทำให้ฟันปลอมแน่นขึ้น เพราะกระดูกขากรรไกรยังไม่ยุบตัว เพราะยังมีรากฟันเหลืออยู่ ฟันที่รักษาคลองรากฟันแล้วแม้ไม่มีเนื้อเยื่อประสาทฟัน แต่ฟันยังยึดติดกับกระดูกขากรรไกรโดยเอ็นยึดติดฟัน สามารถใช้งานได้ตามปกติ ในบางครั้งถ้าไม่ต้องการรักษาคลองรากฟัน อาจเพราะไม่มีเวลามาตามนัด หรือสาเหตุอื่น อาจต้องพิจารณาการถอนฟัน บางครั้งถ้าถอนฟันไปแล้วปล่อยทิ้งไว้ โดยไม่ได้ใส่ฟันปลอม จะทำให้ฟันข้างเคียงล้มเข้าหาช่องว่าง หรืออาจมีผลกับฟันทั้งปาก และยังทำให้กระดูกขากรรไกรยุบตัวเร็ว อย่างไรก็ตามการรักษาคลองรากฟันไม่สามารถทำได้ในฟันทุกซี่ เช่นในกรณีฟันที่เสียเนื้อฟันไปมากจนไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้นถ้าทันตแพทย์พิจารณาแล้วว่า ท่านสามารถเก็บฟัน ไว้ได้ด้วยการรักษาคลองรากฟัน แนะนำให้เก็บ ถึงแม้ค่าใช้จ่ายจะมากกว่าการถอนฟัน แต่เมื่อเปรียบกับการทำสะพานฟัน หรือการทำรากเทียมแล้ว การรักษารากฟันก็ยังประหยัดกว่า และเป็นวิธีที่จะรักษาฟันให้เก็บไว้ใช้งานได้ตามปกติและนานที่สุด
|
|
Contact us : bkdenta@bangkokdentalclinic.com Bangkok Dental Clinic Copyright 2005 Webmaster manbkdc@bangkokdentalclinic.com |