|
|
|
|
การที่ฟันบิ่น อาจเกิดจากอุบัติเหตุ หรือฟันที่เปลี่ยนสีซึ่งเกิดจากฟันที่ตายแล้ว จะต้องถูกกรอฟันเพื่อที่จะครอบฟัน แต่ปัจจุบัน ทันตแพทย์ต้องการจะเก็บรักษาเนื้อฟันส่วนที่ดีไว้ เลยเกิดทางเลือกใหม่ๆ คือ การใช้ชิ้นวัสดุเคลือบปิดด้านหน้าฟัน การเคลือบผิวฟัน แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ 1. ฟัน ที่เปลี่ยนสีไม่สามารถฟอกสีฟันได้ เช่น ฟันหน้าซึ่งสึกมาก ซึ่งได้ทำการอุดด้วย Composite สีเหมือนฟัน อีกกลุ่มหนึ่ง คือ ฟันที่เปลี่ยนสีมากจากการรับประทานยาเตรทตร้าไซคลินในวัยเด็ก 2. ฟันหน้าที่ต้องการแก้ไขรูปร่างของฟันให้ดีขึ้น สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการความสวยงามมากๆ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 2.1 ฟันที่มีรูปร่างผิดปกติ สามารถแก้ไขโดยการกรอแต่งฟันเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เห็น ขอบ เพื่อให้งานออกมาแนบสนิทบริเวณคอฟัน 2.2 ปิดช่องห่างระหว่างฟัน การเคลือบผิวฟัน ในฟันผู้ใหญ่จะดีกว่า แบบ Direct Composite เพราะควบคุมสีฟัน รูปร่าง ความแนบสนิทบริเวณคอฟันได้ดีกว่า 2.3 การแก้ไขรูปร่างและความยาวของปลายฟัน มักพบในฟันที่แตกหักหรือบิ่น ถ้ารูปร่างความยาวของฟันมีผลต่อความสวยงาม วัสดุเคลือบผิวฟันจะได้ผลดีกว่าแบบ Direct composite การฟอกสีฟัน
การฟอกสีฟันถือเป็นวิธีการรักษาวิธีหนึ่งที่ทำให้ฟันที่มีสีคล้ำกว่าปกติขาวขึ้น ระยะเวลาในการรักษาไม่นาน สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของสีฟัน ซึ่งทำให้ฟันสีคล้ำผิดปกติ แบ่งเป็น 2 สาเหตุ คือ 1. สาเหตุภายในตัวฟัน คือ การได้รับยาปฏิชีวนะในช่วงที่มารดาตั้งครรภ์ โดยเฉพาะยาเตรทตร้าไซคลิน ปัจจุบันยากลุ่มนี้มักไม่ใช้แล้ว โดยเฉพาะในเด็กหรือสตรีมีครรภ์ ในเด็กยุคใหม่จะไม่ค่อยพบฟันที่มีสีคล้ำตั้งแต่เกิด จึงมักตรวจพบผู้ที่มีฟันดำจากการทานยาในกลุ่มคนที่มีอายุประมาณ 20 ปีขึ้นไป เด็กที่เคยได้รับยาในช่วงอายุ 1-7 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการก่อตัวของตัวฟันอยู่ในกระดูกขากรรไกร ยาปฏิชีวนะจะไปจับกับสารในตัวฟันเกิดเป็นสารที่มีสีขึ้น สีนี้จะติดถาวรในตัวฟัน 2. สาเหตุภายนอกตัวฟัน ซึ่งทำให้ฟันมีสีคล้ำ เช่น คราบสีที่มาจากอาหาร เครื่องดื่มชา กาแฟ บุหรี่ สีพวกนี้สามารถจะซึมเข้าไปอยู่ในผิวเคลือบฟันซึ่งเป็นผิวชั้นนอกของฟัน กรณีที่จะเลือกวิธีฟอกสีฟัน 1. สาเหตุจากภายในตัวฟันมีสีคล้ำ เกิดจากปฏิกิริยาเตตราไซคลิน จะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง โดยปกติจะแบ่งระดับของสีที่คล้ำเป็น 3 ระดับ คือ คล้ำน้อย คล้ำปานกลาง คล้ำมากที่สุด อาจเป็นสีเทาหรือสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งลักษณะที่คล้ำมากๆนี้ การฟอกสีฟันจะไม่ช่วยให้ฟันขาวขึ้น แต่จะทำให้ฟันดูสว่างขึ้นเท่านั้น กรณีนี้ทำการเคลือบสีฟันจะดีกว่า 2. สาเหตุจากภายนอกตัวฟัน เช่น คราบบุหรี่ ชา กาแฟ ก็อาจจะขัดออกได้บ้าง หากทำการฟอกสีฟันด้วยจะได้ผลค่อนข้างดี ตอบสนองต่อการฟอกสีฟันทำให้ฟันขาวขึ้น ระยะเวลาที่ใช้ในการฟอกสีฟัน มี 2 แบบ 1. การฟอกสีฟันในคลินิก (In Office Bleaching) จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ซึ่งทันตแพทย์จะต้องเป็นผู้ตรวจ แนะนำ ประเมินผล การรักษา เนื่องจากฟันของผู้ป่วยแต่ละรายมีความหนาไม่เท่ากัน ฟันแต่ละซี่ก็หนาไม่เท่ากัน ปัจจุบันมีหลาย เทคนิค เช่น การใช้แสงและความร้อน การใช้ laser ที่มีการโฆษณากันมากในปัจจุบันและมีราคาค่อนข้างสูง แต่ผลที่ได้ใกล้เคียงกัน 2. การฟอกสีฟันเองที่บ้าน (Home Bleaching) ค่อนข้างเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ การฟอกสีฟันควรอยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ การฟอกสีฟันเองนานๆ อาจจะไปทำอันตรายต่อฟัน คือทำให้ตัวฟันกร่อน ระยะเวลาของการฟอกสีฟันจะขึ้นอยู่กับ โครงสร้างของฟัน และความหนาของผิวเคลือบฟันของแต่ละคน โดยทั่วไปจะใช้เวลาไม่เกิน 4 สัปดาห์ ความคงทนของการฟอกสีฟัน ขึ้นอยู่กับการรับประทานอาหารหลังจากฟอกสีฟัน ถ้ากลับไปรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีสี ก็มีโอกาสที่ฟันจะเปลี่ยนสีคล้ำลงได้ ผลการวิจัยพบว่าใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี แต่การคล้ำของการฟอกสีฟันจะไม่กลับไปสู่ระดับเริ่มต้นก่อนฟอกสี ถ้ารับประทานอาหารที่มีสี ประมาณ 5 ปี ฟันจะมีสีคล้ำแต่กลับไปฟอกใหม่ได้ ถ้าเปลี่ยนนิสัยการรับประทานอาหารก็จะอยู่ได้เป็น 10 ปี
|
![]()
Contact us : bkdenta@bangkokdentalclinic.com
Bangkok Dental Clinic Copyright 2005
Webmaster manbkdc@bangkokdentalclinic.com